{
  "note": "Do-it-yourself repair guides. Every guide is grounded in cited authority (manufacturer documentation, a standards body, a utility or a government agency) — see each guide's `sources`. Two fields are NOT optional context and must be relayed with the steps, never stripped: `safetyStops` (things that must not be attempted at all) and `whenToCallAProfessional` (the point at which the job stops being the reader's). No guide states a repair cost; see `pricingUrl` and /api/services/{serviceKey}.json for market reference ranges, which carry their own disclaimer.",
  "publishedAt": "2026-07-30",
  "guides": [
    {
      "guideId": "fridge-not-cooling",
      "serviceKey": "appliance_repair",
      "serviceLabel": {
        "th": "ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า",
        "zh": "家电维修",
        "en": "Appliance Repair"
      },
      "difficulty": "easy",
      "timeMinutes": {
        "min": 25,
        "max": 60
      },
      "locales": [
        "th"
      ],
      "url": {
        "th": "https://f-fix.com/th/วิธีซ่อม/ตู้เย็นไม่เย็น/"
      },
      "serviceUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/บริการ/ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า/"
      },
      "pricingUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/ราคา/ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า/"
      },
      "content": {
        "th": {
          "title": "ตู้เย็นไม่เย็น ตรวจเองได้ 5 อย่าง",
          "fault": "ตู้เย็นเย็นน้อยลง หรือเย็นไม่ทั่วช่อง",
          "summary": "ตู้เย็นที่เย็นน้อยลงมักไม่ได้เสีย แต่เป็นเรื่องของลมเย็นที่เดินไม่ทั่วหรือความร้อนที่ระบายออกไม่ได้ ห้าอย่างที่ตรวจเองได้คือการวัดอุณหภูมิจริงในช่อง การวางของที่บังช่องลม ยางขอบประตูที่ปิดไม่สนิท ระยะห่างระหว่างตู้กับผนัง และฝุ่นที่เกาะแผงระบายความร้อนด้านหลังหรือใต้ตู้ ทั้งหมดไม่ต้องเปิดตัวเครื่องเลย แต่ระบบน้ำยาทำความเย็นมีแรงดันอยู่ตลอดเวลาและต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เป็นงานของช่างผู้ชำนาญเท่านั้น ไม่ใช่งานทำเอง ไม่ว่ากรณีใด",
          "tools": [
            "เครื่องวัดอุณหภูมิแบบตั้งในตู้เย็น",
            "แปรงขนนุ่มหรือหัวแปรงของเครื่องดูดฝุ่น",
            "ผ้านุ่มกับน้ำสบู่อ่อน",
            "กระดาษหรือธนบัตรใบหนึ่ง"
          ],
          "parts": [
            "ยางขอบประตูตู้เย็น"
          ],
          "steps": [
            {
              "position": 1,
              "name": "วัดอุณหภูมิจริงในช่องก่อนสรุปว่าเสีย",
              "text": "วางเครื่องวัดอุณหภูมิไว้กลางช่องแช่เย็นแล้วปิดประตู ทิ้งไว้อย่างน้อยหลายชั่วโมงหรือข้ามคืน แล้วค่อยอ่านค่า คำแนะนำของ ENERGY STAR คือช่องแช่เย็นควรอยู่ที่ราว 2 ถึง 4 องศาเซลเซียส ซึ่งเทียบเท่ากับ 35 ถึง 38 องศาฟาเรนไฮต์ตามที่เอกสารต้นทางระบุ ถ้าอ่านค่าได้ในช่วงนี้ ตู้เย็นทำงานปกติและปัญหาอาจอยู่ที่การจัดของ ไม่ใช่ที่ตัวเครื่อง"
            },
            {
              "position": 2,
              "name": "ตรวจว่าของที่วางอยู่บังช่องลมเย็นหรือไม่",
              "text": "ดูผนังด้านในของตู้ ทั้งด้านหลังและด้านข้าง จะมีช่องหรือตะแกรงที่ลมเย็นเป่าออกมา ผู้ผลิตอธิบายไว้ว่าเมื่อวางของอัดแน่นหรือดันชิดผนังด้านในจนบังช่องเหล่านั้น ลมเย็นจะกระจายไม่ทั่ว และเกิดจุดที่อุ่นกว่าที่อื่นในตู้เดียวกัน จัดของให้เหลือช่องว่างรอบ ๆ และเลื่อนของออกจากผนังด้านใน",
              "caution": "อาการเย็นไม่ทั่วที่เกิดจากการวางของบังช่องลม มักถูกเข้าใจผิดว่าตู้เย็นเสีย ตรวจข้อนี้ก่อนจ่ายค่าช่างทุกครั้ง"
            },
            {
              "position": 3,
              "name": "ทดสอบแรงหนีบของยางขอบประตูด้วยกระดาษ",
              "text": "เช็ดยางขอบประตูด้วยผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนให้หมดคราบเหนียวก่อน แล้วเอากระดาษหนีบไว้ระหว่างยางกับตัวตู้ ปิดประตูให้สนิทและลองดึงกระดาษออก ถ้าดึงออกได้ง่ายโดยไม่มีแรงต้าน แปลว่าจุดนั้นปิดไม่สนิท ลองซ้ำหลายจุดรอบประตู ENERGY STAR ระบุว่ายางขอบที่ปิดไม่สนิทต้องเปลี่ยน เพราะอากาศชื้นภายนอกไหลเข้าตลอดเวลา"
            },
            {
              "position": 4,
              "name": "เว้นระยะห่างจากผนังและอย่าให้ตู้อยู่ติดแหล่งความร้อน",
              "text": "ตู้เย็นระบายความร้อนออกทางด้านหลังและด้านข้าง ถ้าดันชิดผนังจนไม่มีช่องอากาศ ความร้อนจะสะสมและคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักกว่าเดิม ENERGY STAR แนะนำให้เว้นช่องว่างระหว่างผนังกับตัวตู้ไว้สองสามนิ้ว และไม่ควรตั้งตู้เย็นติดเตา เตาอบ หรือจุดที่แดดส่องตรงทั้งวัน"
            },
            {
              "position": 5,
              "name": "ปัดฝุ่นออกจากแผงระบายความร้อน หลังถอดปลั๊กแล้วเท่านั้น",
              "text": "ถอดปลั๊กตู้เย็นออกก่อน หรือปลดเบรกเกอร์วงจรนั้น ตามที่คู่มือของผู้ผลิตกำหนดไว้เป็นขั้นแรก แล้วปัดฝุ่นออกจากแผงท่อระบายความร้อนที่อยู่ด้านหลังตู้หรือใต้ตู้ด้วยแปรงขนนุ่มหรือหัวแปรงเครื่องดูดฝุ่น เอกสารของห้องปฏิบัติการรัฐบาลสหรัฐแนะนำรอบทำความสะอาดทุกหกถึงสิบสองเดือน และผู้ผลิตแนะนำให้ถี่กว่านั้นในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ฝุ่นมาก หรือครัวที่มีไอน้ำมัน",
              "caution": "ท่อและครีบของแผงระบายความร้อนบางและงอง่าย ปัดเบา ๆ ตามแนวท่อ อย่าขูด อย่าดัด และอย่าฉีดน้ำใส่"
            },
            {
              "position": 6,
              "name": "เสียบปลั๊กแล้ววัดอุณหภูมิซ้ำอีกครั้ง",
              "text": "เสียบปลั๊กกลับ ปิดประตูไว้ แล้วรอให้ตู้เย็นทำงานจนอุณหภูมิเข้าที่อีกรอบ ซึ่งกินเวลาหลายชั่วโมง วัดซ้ำที่กลางช่องแช่เย็นด้วยวิธีเดียวกับขั้นแรก ถ้าอุณหภูมิกลับเข้าช่วงปกติแล้ว งานนี้จบ ถ้าวัดแล้วยังสูงกว่าช่วงปกติทั้งที่ตรวจครบทั้งห้าข้อ ให้หยุดตรงนี้ อาการที่เหลือคืออาการของระบบทำความเย็น"
            }
          ],
          "safetyStops": [
            "ห้ามแตะ ปล่อย เติม หรือให้ใครที่ไม่ได้รับการรับรองแตะระบบน้ำยาทำความเย็นของตู้เย็นเด็ดขาด งานกับสารทำความเย็นเป็นงานที่ต้องมีการรับรองตามกฎระเบียบด้านสารทำความเย็น ไม่ใช่งานที่เจ้าของบ้านทำเองได้ในทุกกรณี",
            "ห้ามถอดฝาครอบคอมเพรสเซอร์ ถอดแผงหลัง หรือตัดท่อใด ๆ ของตู้เย็น ท่อในระบบมีแรงดันอยู่ตลอดเวลา และการเปิดระบบทำให้สารทำความเย็นรั่วออกสู่บรรยากาศ",
            "ถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาดแผงระบายความร้อนทุกครั้ง ตามที่คู่มือของผู้ผลิตกำหนด บริเวณด้านหลังและใต้ตู้มีทั้งพัดลม มอเตอร์ และขั้วไฟฟ้าอยู่ใกล้กับจุดที่มือต้องเข้าไปถึง",
            "ห้ามใช้เครื่องเป่าลมร้อน ไดร์เป่าผม หรือของมีคมสกัดน้ำแข็งในช่องแช่แข็ง ความร้อนและของมีคมทำให้ผนังช่องซึ่งมีท่อทำความเย็นอยู่ข้างในทะลุได้ และรอยนั้นซ่อมไม่ได้"
          ],
          "whenToCallAProfessional": {
            "summary": "ห้าอย่างในคู่มือนี้คือทุกอย่างที่เจ้าของตู้เย็นทำเองได้อย่างปลอดภัย ที่เหลือคือระบบทำความเย็น ซึ่งประกอบด้วยคอมเพรสเซอร์ ท่อที่มีแรงดัน และสารทำความเย็นที่การจัดการต้องมีการรับรองตามกฎระเบียบ ไม่มีวิธี ทำเองก่อน ที่ปลอดภัยสำหรับส่วนนั้นเลย และไม่มีทางลัดที่ประหยัดกว่า เพราะการเปิดระบบผิดวิธีหนึ่งครั้งทำให้ตู้เย็นทั้งเครื่องกลายเป็นงานเปลี่ยน ไม่ใช่งานซ่อม",
            "signs": [
              "ตรวจครบทั้งห้าข้อแล้ว แต่วัดอุณหภูมิยังสูงกว่าช่วงปกติ",
              "คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดไม่ตัดเลย หรือกลับกันคือไม่ทำงานและตู้เงียบสนิท",
              "ช่องแช่แข็งเย็นปกติแต่ช่องแช่เย็นไม่เย็น หรือกลับกัน",
              "มีน้ำแข็งเกาะหนาเป็นแผ่นในช่องซ้ำ ๆ ทั้งที่ปิดประตูสนิท",
              "มีคราบน้ำมันหรือรอยเปื้อนบริเวณท่อด้านหลังตู้ ซึ่งเป็นสัญญาณของการรั่วในระบบ",
              "ได้กลิ่นแปลกคล้ายสารเคมี หรือได้ยินเสียงลมรั่วจากด้านหลังตู้"
            ]
          },
          "sources": [
            {
              "title": "Not cooling — refrigerator section — blocked vents, door seal and condenser",
              "publisher": "Whirlpool Product Help",
              "url": "https://producthelp.whirlpool.com/Refrigeration/Full-Size_Refrigerators/Side_By_Side_Refrigerator/Operation/Temperature_Concerns/Refrigerator/Not_Cooling_-_Refrigerator_Section_-_Side_by_Side_Refrigerator",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "How and when to safely clean the condenser coils — unplug first",
              "publisher": "Whirlpool Product Help",
              "url": "https://producthelp.whirlpool.com/Refrigeration/Full-Size_Refrigerators/Product_Info/Cleaning_and_Care/How_and_When_to_Safely_Clean_the_Condenser_Coils",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Refrigerators — recommended temperature, door seals and wall clearance",
              "publisher": "ENERGY STAR (U.S. EPA / DOE)",
              "url": "https://www.energystar.gov/products/refrigerators",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Clean refrigerator condenser coils",
              "publisher": "Building America Solution Center, PNNL (U.S. DOE)",
              "url": "https://basc.pnnl.gov/diy-guides/clean-refrigerator-condenser-coils",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Section 608 technician certification — refrigerant work requires certification",
              "publisher": "U.S. EPA",
              "url": "https://www.epa.gov/section608/section-608-technician-certification",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Cleaning the condenser coils",
              "publisher": "Whirlpool Product Help",
              "url": "https://producthelp.whirlpool.com/Refrigeration/Full-Size_Refrigerators/Product_Info/Videos/VIDEO:_Cleaning_the_Condenser_Coils",
              "lang": "en",
              "kind": "video"
            }
          ]
        }
      }
    },
    {
      "guideId": "washer-not-draining",
      "serviceKey": "appliance_repair",
      "serviceLabel": {
        "th": "ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า",
        "zh": "家电维修",
        "en": "Appliance Repair"
      },
      "difficulty": "easy",
      "timeMinutes": {
        "min": 20,
        "max": 45
      },
      "locales": [
        "th"
      ],
      "url": {
        "th": "https://f-fix.com/th/วิธีซ่อม/เครื่องซักผ้าน้ำไม่ระบาย/"
      },
      "serviceUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/บริการ/ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า/"
      },
      "pricingUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/ราคา/ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า/"
      },
      "content": {
        "th": {
          "title": "เครื่องซักผ้าน้ำไม่ระบาย ล้างที่กรองเองก่อน",
          "fault": "น้ำขังในถังซัก ไม่ระบายออกหรือระบายช้ามาก",
          "summary": "น้ำที่ค้างในถังซักส่วนใหญ่มาจากสองอย่างที่อยู่นอกตัวเครื่อง คือที่กรองของปั๊มน้ำทิ้งที่มีเศษผ้าและสิ่งของเล็ก ๆ อุดอยู่ หรือท่อน้ำทิ้งที่หักงอ ถูกกดทับ หรือปลายท่อสูงเกินกว่าที่คู่มือของเครื่องกำหนด ทั้งสองอย่างตรวจได้เองโดยไม่ต้องเปิดฝาครอบตัวเครื่อง แต่ต้องถอดปลั๊กก่อนทุกครั้ง ถ้าล้างที่กรองแล้วยังไม่ระบาย ปัญหาอยู่ที่ปั๊มหรือวงจร ซึ่งไม่ใช่งานที่ควรทำเอง",
          "tools": [
            "กะละมังใบเตี้ยหรือถาดรองน้ำ",
            "ผ้าเช็ดพื้นและผ้าแห้ง",
            "ไฟฉายหรือไฟจากโทรศัพท์",
            "เหรียญหรือไขควงปากแบน"
          ],
          "parts": [],
          "steps": [
            {
              "position": 1,
              "name": "ถอดปลั๊กเครื่องซักผ้าออกจากเต้ารับก่อน",
              "text": "ถอดปลั๊กออกจริง ไม่ใช่แค่กดปิดเครื่อง งานนี้ต้องเปิดช่องที่ต่อกับปั๊มน้ำทิ้งซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า และคู่มือของผู้ผลิตกำหนดให้ตัดไฟก่อนเป็นขั้นแรกเสมอ ถ้าเต้ารับอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมไม่ถึง ให้ปลดเบรกเกอร์วงจรนั้นแทน แล้วยืนยันว่าเครื่องไม่ติดจริงก่อนไปต่อ",
              "caution": "ถ้าเพิ่งซักด้วยโปรแกรมน้ำร้อน น้ำที่ค้างอยู่อาจร้อนพอที่จะลวกมือ รอให้เย็นลงราวหนึ่งชั่วโมงก่อนเปิดช่องที่กรอง"
            },
            {
              "position": 2,
              "name": "หาช่องบริการที่กรองด้านล่างหน้าเครื่อง",
              "text": "เครื่องฝาหน้าเกือบทุกรุ่นมีฝาปิดเล็ก ๆ ที่มุมล่างด้านหน้า เปิดออกแล้วจะเห็นฝาเกลียวของที่กรองปั๊มน้ำทิ้ง และมักมีท่อสั้นสำหรับปล่อยน้ำอยู่ข้าง ๆ ตำแหน่งและวิธีเปิดต่างกันตามรุ่น ให้ดูคู่มือของเครื่องคุณเอง ไม่ต้องเดาและไม่ต้องงัด"
            },
            {
              "position": 3,
              "name": "ปล่อยน้ำที่ค้างออกให้หมดก่อนคลายที่กรอง",
              "text": "วางกะละมังรองไว้ใต้ช่อง ถ้ามีท่อสั้นสำหรับปล่อยน้ำให้ดึงออกมาและเปิดจุกทิ้งน้ำก่อน น้ำจะไหลออกช้าและมาเป็นระยะ ต้องเทกะละมังหลายรอบจนไม่มีน้ำออกอีก ถ้ารุ่นนั้นไม่มีท่อปล่อยน้ำ ให้คลายฝาเกลียวที่กรองออกทีละน้อยและปล่อยน้ำไหลลงกะละมังแทน",
              "caution": "อย่าคลายฝาเกลียวออกทั้งหมดในครั้งเดียวเมื่อยังมีน้ำค้างเต็มถัง น้ำจะทะลักออกเร็วกว่าที่กะละมังรับได้"
            },
            {
              "position": 4,
              "name": "ถอดที่กรองออกมาล้าง และล้วงดูในรูปั๊มด้วย",
              "text": "คลายฝาเกลียวออกจนสุดแล้วดึงตะกร้ากรองออกมา ล้างเศษผ้า เส้นผม และสิ่งของเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ในตะกร้าออกให้หมด ใช้น้ำไหลผ่านและถูเบา ๆ ให้ตาข่ายโปร่ง จากนั้นส่องไฟดูในรูปั๊มที่เปิดอยู่ คู่มือของผู้ผลิตให้ตรวจว่ามีสิ่งแปลกปลอมค้างขัดใบพัดปั๊มอยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยไม่แพ้ตะกร้าอุด",
              "caution": "ในรูปั๊มมีขอบและใบพัดที่คมพอบาดนิ้วได้ ส่องดูก่อนแล้วค่อยเอาสิ่งของออกอย่างช้า ๆ อย่าล้วงมั่ว"
            },
            {
              "position": 5,
              "name": "ประกอบที่กรองกลับให้แน่นและตรงเกลียว",
              "text": "ใส่ตะกร้ากรองกลับเข้าตำแหน่งเดิม แล้วขันฝาเกลียวด้วยมือให้แน่นและตรงเกลียว เช็ดบริเวณรอบช่องให้แห้งเพื่อให้เห็นชัดว่ามีน้ำซึมใหม่หรือไม่ตอนทดสอบ แล้วปิดฝาช่องบริการ ฝาที่ขันไม่แน่นหรือขันเบี้ยวจะทำให้น้ำรั่วออกพื้นตอนเครื่องปั่น"
            },
            {
              "position": 6,
              "name": "ตรวจท่อน้ำทิ้งว่าไม่หักงอ ไม่ถูกทับ และปลายไม่สูงเกิน",
              "text": "ดึงเครื่องออกจากผนังพอให้เห็นท่อน้ำทิ้งด้านหลัง ท่อต้องไม่หักพับ ไม่บิดเป็นเกลียว และไม่ถูกตัวเครื่องกดทับกับผนัง ผู้ผลิตกำหนดให้เว้นระยะหลังเครื่องไว้ด้วย เช่นราวสิบเซนติเมตร เพื่อไม่ให้ท่อถูกกด และปลายท่อต้องไม่สูงเกินระดับที่คู่มือของเครื่องรุ่นนั้นกำหนด เพราะปั๊มดันน้ำขึ้นได้จำกัด"
            },
            {
              "position": 7,
              "name": "เสียบปลั๊กแล้วทดสอบด้วยโปรแกรมปั่นหมาดหรือระบายน้ำ",
              "text": "เสียบปลั๊กกลับ เลือกโปรแกรมระบายน้ำหรือปั่นหมาดโดยไม่ต้องใส่ผ้า แล้วยืนดูตลอดรอบ น้ำควรระบายออกจนหมดในเวลาปกติของเครื่อง และไม่มีน้ำซึมออกที่ช่องที่กรองหรือใต้เครื่อง ถ้าน้ำยังไม่ระบาย หรือมีเสียงปั๊มหมุนแต่น้ำไม่ลด ให้หยุดที่ขั้นนี้และไม่เปิดฝาครอบเครื่องต่อ"
            }
          ],
          "safetyStops": [
            "ห้ามเปิดฝาครอบตัวเครื่อง ถอดแผงหลัง หรือแตะปั๊มและสายไฟภายในทุกกรณี งานที่คู่มืออนุญาตให้เจ้าของเครื่องทำคือช่องที่กรองด้านล่างเท่านั้น ที่เหลือเป็นงานของช่าง",
            "ถอดปลั๊กก่อนเปิดช่องที่กรองทุกครั้ง โดยไม่มีข้อยกเว้น เครื่องซักผ้าคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีน้ำอยู่ในตัว การเปิดช่องที่ต่อกับปั๊มขณะยังมีไฟเข้าเครื่องเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีเหตุผลรองรับ",
            "ถ้าน้ำที่ค้างอยู่ยังร้อนจากโปรแกรมซักน้ำร้อน อย่าเปิดช่องที่กรอง รอให้เย็นลงราวหนึ่งชั่วโมงตามที่ผู้ผลิตแนะนำ น้ำร้อนที่ทะลักออกมาที่ระดับพื้นลวกขาและเท้าได้",
            "ถ้ามีน้ำนองพื้นรอบเครื่องอยู่แล้ว อย่าเดินเข้าไปหรือแตะเครื่องก่อนตัดไฟวงจรนั้นที่เบรกเกอร์ น้ำกับเต้ารับที่ยังมีไฟเป็นสาเหตุการถูกไฟดูดในบ้านที่พบบ่อย"
          ],
          "whenToCallAProfessional": {
            "summary": "ที่กรองปั๊มน้ำทิ้งและท่อน้ำทิ้งเป็นสองจุดเดียวที่คู่มือของผู้ผลิตให้เจ้าของเครื่องจัดการเองได้ ถ้าล้างที่กรองสะอาดแล้ว ท่อไม่หักงอแล้ว และเครื่องยังไม่ระบายน้ำ สาเหตุที่เหลือคือตัวปั๊ม เซนเซอร์ระดับน้ำ หรือแผงวงจร ซึ่งอยู่ในฝาครอบเครื่องทั้งหมดและต้องวัดค่าด้วยเครื่องมือก่อนถอด งานนั้นไม่ใช่งานที่ทำเองแล้วประหยัด เพราะถอดผิดจุดเดียวก็เพิ่มค่าซ่อมทั้งก้อน",
            "signs": [
              "ล้างที่กรองแล้ว ท่อน้ำทิ้งปกติแล้ว แต่กดโปรแกรมระบายน้ำยังไม่มีน้ำออก",
              "มีเสียงปั๊มดังหรือครางตลอดแต่ระดับน้ำในถังไม่ลดลงเลย",
              "เครื่องขึ้นรหัสข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่เริ่มรอบใหม่",
              "มีน้ำซึมออกจากใต้เครื่องหรือจากด้านหลังเครื่อง ไม่ใช่จากช่องที่กรอง",
              "มีกลิ่นไหม้ หรือเบรกเกอร์ตัดทุกครั้งที่เครื่องเริ่มระบายน้ำ"
            ]
          },
          "sources": [
            {
              "title": "How to clean your washer's drain pump — disconnect the power source first",
              "publisher": "Bosch Home Appliances",
              "url": "https://www.bosch-home.com/us/owner-support/get-support/cleaning-the-washing-machine-drain-pump",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Debris filter cleaning — unplug before cleaning the debris filter",
              "publisher": "Samsung",
              "url": "https://www.samsung.com/my/support/home-appliances/debris-filter-cleaning",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Washing machine will not drain — drain hose and debris filter checks",
              "publisher": "Samsung",
              "url": "https://www.samsung.com/us/support/troubleshoot/TSG10007110/",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Washing machine water not draining (OE error) — hose routing and clearance",
              "publisher": "LG",
              "url": "https://www.lg.com/us/support/help-library/lg-washing-machine-water-not-draining--20154726902590",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "How to clean the debris filter of a front load washing machine",
              "publisher": "Samsung",
              "url": "https://www.youtube.com/watch?v=rkRoBFW2k0I",
              "lang": "en",
              "kind": "video"
            }
          ]
        }
      }
    },
    {
      "guideId": "breaker-keeps-tripping",
      "serviceKey": "electrical",
      "serviceLabel": {
        "th": "งานไฟฟ้า",
        "zh": "电气",
        "en": "Electrical"
      },
      "difficulty": "easy",
      "timeMinutes": {
        "min": 15,
        "max": 30
      },
      "locales": [
        "th"
      ],
      "url": {
        "th": "https://f-fix.com/th/วิธีซ่อม/เบรกเกอร์ทริปไฟดับบางจุด/"
      },
      "serviceUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/บริการ/ช่างไฟฟ้า/"
      },
      "pricingUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/ราคา/ช่างไฟฟ้า/"
      },
      "content": {
        "th": {
          "title": "เบรกเกอร์ทริปบ่อย ไฟดับบางจุด",
          "fault": "เบรกเกอร์ตัดไฟซ้ำ ๆ หรือไฟดับเฉพาะบางจุดในบ้าน",
          "summary": "เบรกเกอร์ที่ตัดไฟคือการทำงานที่ถูกต้องของมัน ไม่ใช่ความเสีย มันตัดเพราะมีอะไรผิดปกติในวงจรนั้น สิ่งที่เจ้าของบ้านทำเองได้อย่างปลอดภัยคือ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในวงจรนั้นออกให้หมด รีเซ็ตหนึ่งครั้ง แล้วเสียบกลับทีละชิ้นเพื่อหาว่าเครื่องไหนเป็นตัวการ กับกดปุ่มทดสอบของเครื่องตัดไฟรั่วตามรอบที่การไฟฟ้าแนะนำ ทุกอย่างที่อยู่ในตู้ไฟ ในผนัง หรือหลังหน้ากากเต้ารับ ไม่ใช่งานที่ทำเองได้ ไม่ว่าจะดูง่ายแค่ไหน",
          "tools": [
            "ไฟฉายหรือไฟจากโทรศัพท์",
            "กระดาษกับปากกา",
            "รองเท้าพื้นยางและมือที่แห้ง"
          ],
          "parts": [],
          "steps": [
            {
              "position": 1,
              "name": "แยกให้ออกก่อนว่าตัวที่ตัดคือเบรกเกอร์หรือเครื่องตัดไฟรั่ว",
              "text": "ในตู้ไฟมีอุปกรณ์ป้องกันสองแบบที่ทำหน้าที่ต่างกันคนละเรื่อง เบรกเกอร์ป้องกันกระแสเกินและไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนเครื่องตัดไฟรั่วหรือที่เรียกติดปากกันว่าตัวกันดูด จะตัดเมื่อตรวจพบกระแสไม่สมดุล ซึ่งหมายถึงไฟรั่วออกจากวงจร ข้อสำคัญที่ต้องรู้คือเครื่องตัดไฟรั่วไม่ได้ป้องกันกระแสเกิน สองอย่างนี้จึงแทนกันไม่ได้ ดูว่าตัวที่อยู่ในตำแหน่งตัดมีปุ่มทดสอบอยู่หรือไม่ ถ้ามีปุ่มทดสอบ นั่นคือเครื่องตัดไฟรั่ว และอาการที่ต้องบอกช่างคืออาการไฟรั่ว ไม่ใช่กระแสเกิน"
            },
            {
              "position": 2,
              "name": "ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในวงจรที่ดับออกให้หมด",
              "text": "ก่อนรีเซ็ตอะไร ให้ถอดปลั๊กทุกอย่างที่เสียบอยู่ในวงจรที่ไฟดับออกจากเต้ารับ ไม่ใช่แค่กดปิดสวิตช์ การไฟฟ้านครหลวงแนะนำการถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งานเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานอยู่แล้ว และในกรณีนี้มันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้การรีเซ็ตเป็นการทดสอบที่มีความหมาย ไม่ใช่การรีเซ็ตทับปัญหาเดิม",
              "caution": "ถอดปลั๊กโดยจับที่ตัวปลั๊ก ไม่ใช่ดึงที่สาย และอย่าถอดขณะมือเปียกหรือยืนบนพื้นเปียก"
            },
            {
              "position": 3,
              "name": "หาตู้ไฟและอ่านให้ออกว่าตัวไหนอยู่ตำแหน่งตัด",
              "text": "ส่องไฟดูที่ตู้ไฟของบ้าน เบรกเกอร์ที่ตัดแล้วจะอยู่ตำแหน่งที่ต่างจากตัวอื่นในแถวเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด อ่านป้ายชื่อวงจรข้างตัวนั้นและจดไว้ว่ามันคุมส่วนไหนของบ้าน ถ้าตู้ไม่มีป้ายชื่อ ให้จดตำแหน่งเป็นลำดับที่เท่าไรของแถวไหนแทน มองและจดเท่านั้นในขั้นนี้ ยังไม่ต้องแตะ",
              "caution": "ห้ามเปิดฝาครอบตู้ไฟ ห้ามถอดฝาปิดช่องว่าง และห้ามแตะสายไฟหรือขั้วต่อใด ๆ ในตู้ ทุกอย่างในคู่มือนี้ทำจากด้านหน้าตู้ที่ปิดฝาอยู่"
            },
            {
              "position": 4,
              "name": "รีเซ็ตหนึ่งครั้ง แล้วสังเกตว่าค้างอยู่ไหม",
              "text": "โยกตัวที่ตัดลงไปตำแหน่งปิดให้สุดก่อน แล้วโยกกลับขึ้นตำแหน่งเปิดหนึ่งครั้ง ถ้ามันค้างอยู่และไฟกลับมา แปลว่าสาเหตุคือสิ่งที่เสียบอยู่ในวงจร ซึ่งขั้นถัดไปจะหาว่าตัวไหน ถ้ามันตัดกลับลงมาทันทีทั้งที่ไม่มีอะไรเสียบอยู่เลย ให้หยุดทั้งหมดตรงขั้นนี้และเรียกช่างไฟฟ้า อย่ารีเซ็ตซ้ำ อาการนั้นหมายถึงปัญหาอยู่ในสายหรือในอุปกรณ์ที่ติดตั้งถาวร ไม่ใช่ในเครื่องใช้ไฟฟ้า",
              "caution": "รีเซ็ตได้ครั้งเดียว ห้ามโยกซ้ำไปมาหลายครั้ง และห้ามใช้เทป เชือก หรือของอะไรมัดให้มันค้างในตำแหน่งเปิด อุปกรณ์ที่ถูกบังคับให้ไม่ตัดคือสาเหตุไฟไหม้"
            },
            {
              "position": 5,
              "name": "เสียบกลับทีละชิ้นเพื่อหาตัวการ",
              "text": "เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับทีละชิ้น เปิดใช้งานจริงสักครู่ แล้วรอดูก่อนเสียบชิ้นถัดไป เมื่อเบรกเกอร์ตัดตอนเสียบหรือเปิดเครื่องไหน เครื่องนั้นคือตัวการ ให้เลิกใช้เครื่องนั้นทันที การไฟฟ้านครหลวงระบุว่าอุปกรณ์ที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพต้องหยุดใช้งาน และให้ช่างผู้ชำนาญเป็นผู้แก้ไข จดชื่อเครื่องและอาการไว้ นี่คือข้อมูลที่ช่างต้องการมากที่สุด"
            },
            {
              "position": 6,
              "name": "ตรวจสภาพสายไฟ ปลั๊ก และเต้ารับด้วยตา",
              "text": "มองหารอยแตกร้าว รอยไหม้ รอยเหลืองคล้ำ สายที่ฉีกจนเห็นทองแดง และเต้ารับที่หลวมจนปลั๊กแกว่ง การไฟฟ้านครหลวงร่วมกับหน่วยงานป้องกันภัยแนะนำให้ตรวจสภาพสายไฟ เต้ารับ และปลั๊กไฟเป็นประจำ และให้หยุดใช้งานทันทีเมื่อพบว่าชำรุดหรือเสื่อมสภาพ ตรวจด้วยตาและด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น",
              "caution": "ห้ามถอดหน้ากากเต้ารับหรือสวิตช์ออกดูข้างใน แม้จะปลดเบรกเกอร์แล้ว การยืนยันว่าไม่มีไฟจริงต้องใช้เครื่องมือวัดและเป็นงานของช่าง"
            },
            {
              "position": 7,
              "name": "กดปุ่มทดสอบของเครื่องตัดไฟรั่ว ตามรอบที่การไฟฟ้าแนะนำ",
              "text": "ถ้าตู้ไฟหรือเครื่องทำน้ำอุ่นมีเครื่องตัดไฟรั่วที่มีปุ่มทดสอบ ให้กดปุ่มนั้น อุปกรณ์ต้องตัดไฟทันทีและคันโยกต้องสะบัดลงตำแหน่งปิด นั่นคือผลที่ถูกต้อง แล้วจึงโยกกลับขึ้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแนะนำให้กดปุ่มนี้อย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อความปลอดภัย ถ้ากดแล้วไฟไม่ดับเลย แปลว่าอุปกรณ์ป้องกันตัวนั้นอาจใช้การไม่ได้ ให้เรียกช่างไฟฟ้าทันที",
              "caution": "การกดปุ่มทดสอบจะตัดไฟทั้งส่วนที่อุปกรณ์นั้นคุมอยู่จริง อย่าทดสอบขณะมีคนใช้เครื่องมือ ใช้ลิฟต์ หรือมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่อไฟอยู่"
            }
          ],
          "safetyStops": [
            "ห้ามเปิดฝาครอบตู้ไฟ ห้ามถอดหน้ากากเต้ารับหรือสวิตช์ และห้ามแตะสายไฟหรือขั้วต่อใด ๆ ไม่ว่าจะปลดเบรกเกอร์แล้วหรือไม่ ทุกขั้นตอนในคู่มือนี้ทำจากภายนอกที่ปิดฝาอยู่ทั้งหมด",
            "ห้ามทำงานกับวงจรที่ยังมีไฟในทุกกรณี ไม่มีขั้นตอนไหนในคู่มือนี้ที่ต้องต่อ ตัด หรือพันสายไฟ ถ้าคำตอบของปัญหาต้องแตะสาย นั่นคือจุดที่ต้องเรียกช่างไฟฟ้า ไม่ใช่จุดที่ต้องพยายามให้มากขึ้น",
            "ห้ามใช้เทป เชือก หรือสิ่งใดบังคับให้เบรกเกอร์หรือเครื่องตัดไฟรั่วค้างในตำแหน่งเปิด และห้ามเปลี่ยนไปใช้ตัวที่ทนกระแสสูงกว่าเพื่อให้ไม่ตัด อุปกรณ์ที่ถูกบังคับไม่ให้ตัดคือสาเหตุไฟไหม้บ้านโดยตรง",
            "ถ้าได้กลิ่นไหม้ เห็นควัน เห็นประกายไฟ ได้ยินเสียงลัดวงจร หรือพบรอยไหม้ที่ตู้ไฟหรือเต้ารับ ให้ปลดเมนเบรกเกอร์ถ้าทำได้อย่างปลอดภัย ออกห่าง และเรียกช่างไฟฟ้าทันที ห้ามรีเซ็ตซ้ำ",
            "ถ้าตู้ไฟเปียก มีน้ำรั่วใกล้ตู้ หรือพื้นที่ยืนเปียก อย่าเข้าใกล้และอย่าแตะอะไรเลย ให้ตัดไฟจากจุดที่ปลอดภัยและเรียกช่าง"
          ],
          "whenToCallAProfessional": {
            "summary": "คู่มือนี้ตั้งใจให้จบเร็ว เพราะสิ่งที่ทำเองได้อย่างปลอดภัยกับงานไฟฟ้าในบ้านมีอยู่จำกัดจริง ๆ การถอดปลั๊กหาตัวการและการกดปุ่มทดสอบคือสองอย่างที่การไฟฟ้าแนะนำให้เจ้าของบ้านทำได้ ส่วนที่เหลือทั้งหมด คือทุกอย่างในตู้ไฟ ในผนัง และหลังหน้ากากเต้ารับ เป็นงานที่ต้องมีช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญ ไม่ใช่เพราะมันยาก แต่เพราะการตรวจว่าไม่มีไฟจริงต้องใช้เครื่องมือวัด และการเดาผิดครั้งเดียวในงานไฟฟ้าไม่มีโอกาสแก้",
            "signs": [
              "เบรกเกอร์ตัดกลับลงมาทันทีที่รีเซ็ต ทั้งที่ถอดปลั๊กทุกอย่างในวงจรออกแล้ว",
              "เครื่องตัดไฟรั่วตัดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เปลี่ยนอะไรในบ้าน",
              "กดปุ่มทดสอบของเครื่องตัดไฟรั่วแล้วไฟไม่ดับ",
              "มีกลิ่นไหม้ ควัน รอยไหม้ หรือรอยเหลืองคล้ำที่ตู้ไฟ เต้ารับ หรือสวิตช์",
              "แตะเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือก๊อกน้ำแล้วรู้สึกเหมือนไฟช็อตเบา ๆ ที่มือ",
              "เต้ารับหลวม ร้อนผิดปกติ หรือมีเสียงดังกรอบแกรบเมื่อเสียบปลั๊ก",
              "บ้านไม่มีเครื่องตัดไฟรั่วติดตั้งอยู่เลย หรือไม่มีสายดิน",
              "ไฟดับทั้งบ้านโดยที่เพื่อนบ้านยังมีไฟใช้ปกติ"
            ]
          },
          "sources": [
            {
              "title": "ชวนไปรู้จักกับ 2 ระบบเบรกเกอร์กันไฟรั่วในเครื่องทำน้ำอุ่น",
              "publisher": "การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)",
              "url": "https://www.pea.co.th/news/infographic/660",
              "lang": "th",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "MEA x DDPM แนะนำ 5 วิธีใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง",
              "publisher": "การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย",
              "url": "https://www.mea.or.th/public-relations/corporate-news-activities/announcement/mea-ddpm-electric-safety-home",
              "lang": "th",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "ไฟฟ้าลัดวงจร — สาเหตุและอุปกรณ์ป้องกัน",
              "publisher": "การไฟฟ้านครหลวง (MEA)",
              "url": "https://www.mea.or.th/electricity/electricity-tariffs/shortcircuit",
              "lang": "th",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Inspection and testing of electrical installations — residual current devices",
              "publisher": "IET (publisher of BS 7671)",
              "url": "https://electrical.theiet.org/media/1482/rcd.pdf",
              "lang": "en",
              "kind": "document"
            },
            {
              "title": "Test. Reset. Protect. — how to test a safety switch",
              "publisher": "Energy Safe Victoria",
              "url": "https://www.energysafe.vic.gov.au/test-reset-protect-0",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Learn how to test your safety switch",
              "publisher": "Energy Safe Victoria",
              "url": "https://www.energysafe.vic.gov.au/media/3154",
              "lang": "en",
              "kind": "video"
            }
          ]
        }
      }
    },
    {
      "guideId": "toilet-keeps-running",
      "serviceKey": "plumbing",
      "serviceLabel": {
        "th": "งานประปา/สุขภัณฑ์",
        "zh": "水管卫浴",
        "en": "Plumbing & Sanitary"
      },
      "difficulty": "easy",
      "timeMinutes": {
        "min": 15,
        "max": 40
      },
      "locales": [
        "th"
      ],
      "url": {
        "th": "https://f-fix.com/th/วิธีซ่อม/ชักโครกน้ำไหลไม่หยุด/"
      },
      "serviceUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/บริการ/ช่างประปา/"
      },
      "pricingUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/ราคา/ช่างประปา/"
      },
      "content": {
        "th": {
          "title": "ชักโครกน้ำไหลไม่หยุด แก้เองทีละขั้นตอน",
          "fault": "น้ำไหลลงโถไม่หยุดหลังกดชักโครก",
          "summary": "ชักโครกที่น้ำไหลลงโถไม่หยุด เกือบทุกครั้งมาจากชิ้นส่วนสองอย่างในถังพักน้ำ คือลูกยางหูช้างที่ปิดไม่สนิท หรือระดับน้ำที่สูงจนล้นเข้าท่อน้ำล้น ทั้งสองอย่างตรวจได้ด้วยมือเปล่าและไม่ต้องรื้ออะไรในห้องน้ำ ขั้นแรกใช้สีผสมอาหารหยดในถังพักน้ำเพื่อยืนยันว่ารั่วจริงก่อนลงมือ แต่ถ้าน้ำรั่วจากฐานโถหรือจากท่อในผนัง นั่นไม่ใช่งานที่ควรทำเอง",
          "tools": [
            "สีผสมอาหาร หรือเม็ดสีสำหรับทดสอบรอยรั่ว",
            "ฟองน้ำหรือผ้าเก่า",
            "ถังหรือกะละมังใบเล็ก",
            "ประแจเลื่อนขนาดเล็ก"
          ],
          "parts": [
            "ลูกยางหูช้าง (ลิ้นยางปิดน้ำก้นถัง)",
            "ชุดวาล์วน้ำเข้าพร้อมลูกลอย"
          ],
          "steps": [
            {
              "position": 1,
              "name": "ยืนยันก่อนว่ารั่วจริง ด้วยสีผสมอาหาร",
              "text": "เปิดฝาถังพักน้ำ หยดสีผสมอาหารลงในน้ำในถังไม่กี่หยด แล้วปล่อยไว้โดยไม่กดชักโครกอย่างน้อยสิบนาที ถ้ากลับมาดูแล้วเห็นสีปรากฏในโถ แปลว่ามีน้ำไหลผ่านลูกยางหูช้างลงโถตลอดเวลา นั่นคือรอยรั่วที่ต้องแก้ ถ้าไม่มีสีลงมาเลย ปัญหาอยู่ที่อื่นและขั้นตอนถัดไปไม่ช่วยอะไร",
              "caution": "อย่าใช้ห้องน้ำระหว่างสิบนาทีนี้ ถ้ามีคนกดชักโครก ผลทดสอบจะใช้ไม่ได้และต้องเริ่มใหม่"
            },
            {
              "position": 2,
              "name": "ปิดวาล์วน้ำเข้าชักโครก แล้วไล่น้ำออกจากถัง",
              "text": "หาวาล์วเล็กที่ผนังหรือพื้นข้างโถ ซึ่งเป็นตัวจ่ายน้ำเข้าถังพักน้ำ หมุนตามเข็มนาฬิกาจนปิดสุด แล้วกดชักโครกหนึ่งครั้งเพื่อไล่น้ำออกจากถัง ที่เหลือก้นถังใช้ฟองน้ำซับออกให้แห้ง ทำขั้นนี้ก่อนแตะชิ้นส่วนใด ๆ ในถังทุกครั้ง",
              "caution": "ถ้าหมุนวาล์วแล้วน้ำยังไม่หยุด หรือมีน้ำซึมออกจากตัววาล์วเอง ให้ปิดวาล์วเมนน้ำของบ้านแล้วหยุดที่ขั้นนี้"
            },
            {
              "position": 3,
              "name": "เปิดฝาถังและดูให้ออกว่ามีสามชิ้นส่วนอะไร",
              "text": "ยกฝาถังพักน้ำด้วยสองมือ แล้ววางราบกับพื้นโดยมีผ้าหนา ๆ รองไว้ ในถังจะเห็นสามอย่างเสมอ คือชุดวาล์วน้ำเข้าที่มีลูกลอยอยู่ด้านหนึ่ง ท่อน้ำล้นซึ่งเป็นท่อตั้งตรงกลาง และลูกยางหูช้างที่ปิดรูก้นถังอยู่ใต้ท่อน้ำล้นนั้น รู้จักสามชิ้นนี้ก่อน แล้วขั้นต่อไปจะง่ายขึ้นมาก",
              "caution": "ฝาถังเป็นเซรามิกและหนักกว่าที่คิด ถ้าวางกระทบพื้นหรือขอบอ่างจะบิ่นหรือแตกได้ และไม่มีอะไหล่ขายแยก"
            },
            {
              "position": 4,
              "name": "ตรวจลูกยางหูช้างว่ายังปิดสนิทอยู่ไหม",
              "text": "กดลูกยางหูช้างลงกับรูก้นถังเบา ๆ ด้วยนิ้ว แล้วลองสังเกตว่ามันแนบสนิทหรือมีช่องว่าง ยางที่หมดอายุจะแข็ง เปลี่ยนสี บิดตัว หรือมีคราบตะกรันเกาะจนปิดไม่แนบ ลูบดูแล้วอาจมีผงดำติดมือ ยางแบบนี้ล้างไม่หายและต้องเปลี่ยน สำนักงานสิ่งแวดล้อมสหรัฐแนะนำให้เปลี่ยนราวทุกห้าปีอยู่แล้ว"
            },
            {
              "position": 5,
              "name": "เทียบระดับน้ำกับท่อน้ำล้น แล้วปรับลูกลอยลง",
              "text": "เปิดวาล์วน้ำเข้าให้น้ำเต็มถังตามปกติ แล้วดูว่าน้ำหยุดที่ระดับต่ำกว่าปากท่อน้ำล้นหรือไม่ ถ้าน้ำขึ้นสูงจนไหลลงท่อน้ำล้นตลอดเวลา นั่นคือสาเหตุที่น้ำไม่หยุด ไม่ใช่ลูกยาง ปรับลูกลอยหรือก้านปรับของชุดวาล์วให้น้ำหยุดต่ำกว่าปากท่อน้ำล้นลงมาเล็กน้อย ตำแหน่งที่ถูกต้องดูได้จากขีดบอกระดับบนตัวชุดวาล์วเอง หรือจากคู่มือของชุดวาล์วรุ่นนั้น"
            },
            {
              "position": 6,
              "name": "ถ้าวาล์วน้ำเข้ายังปิดไม่สนิท ค่อยเปลี่ยนทั้งชุด",
              "text": "กรณีที่ระดับน้ำถูกต้องแล้วแต่วาล์วยังจ่ายน้ำเข้าไม่หยุด แปลว่าตัววาล์วเสื่อมและต้องเปลี่ยนทั้งชุด ปิดวาล์วน้ำเข้า ไล่น้ำออกจากถัง รองกะละมังไว้ใต้จุดต่อ แล้วคลายนัตยึดใต้ถังออกเพื่อถอดชุดเดิม ชุดใหม่ต้องประกอบและตั้งความสูงตามคู่มือที่มาในกล่องของมันเอง ไม่ใช่ตามความรู้สึก",
              "caution": "อย่าขันนัตพลาสติกใต้ถังแน่นด้วยประแจ ขันมือให้แน่นพอกันน้ำซึมก็พอ ขันแรงเกินไปทำให้เซรามิกร้าว"
            },
            {
              "position": 7,
              "name": "เปิดน้ำแล้วทดสอบด้วยสีผสมอาหารอีกครั้ง",
              "text": "เปิดวาล์วน้ำเข้า รอน้ำเต็มถัง กดชักโครกหนึ่งครั้งให้ระบบทำงานครบรอบ แล้วหยดสีผสมอาหารซ้ำ ทิ้งไว้อีกสิบนาทีโดยไม่ใช้ห้องน้ำ ถ้าไม่มีสีลงโถแล้ว งานนี้จบ ถ้ายังมีสีไหลลงโถอยู่ อย่าถอดเพิ่มเอง ให้หยุดตรงนี้"
            }
          ],
          "safetyStops": [
            "ถ้าน้ำซึมจากฐานโถ จากพื้นรอบโถ หรือจากท่อในผนัง ไม่ใช่จากในถังพักน้ำ ให้หยุดทันที นั่นคืองานที่ต้องรื้อและต้องมีช่างประปา ไม่ใช่งานเปลี่ยนอะไหล่ในถัง",
            "ถ้าปิดวาล์วน้ำเข้าชักโครกไม่ได้ วาล์วหมุนไม่ไป หรือมีน้ำซึมออกจากตัววาล์วเมื่อหมุน ให้ปิดวาล์วเมนน้ำของบ้านและหยุดทั้งงาน วาล์วที่ซึมแล้วจะซึมมากขึ้นเมื่อถูกฝืน",
            "ห้ามใช้แรงงัด สกัด หรือขันแรงกับส่วนที่เป็นเซรามิกทั้งตัวโถและฝาถัง เซรามิกที่ร้าวแล้วซ่อมไม่ได้และต้องเปลี่ยนทั้งชุด ซึ่งแพงกว่าค่าซ่อมรอยรั่วเดิมหลายเท่า"
          ],
          "whenToCallAProfessional": {
            "summary": "งานในถังพักน้ำจบได้ด้วยมือเปล่าจริง แต่ทุกอย่างที่อยู่นอกถังพักน้ำไม่ใช่งานเดียวกันเลย รอยรั่วที่ฐานโถหมายถึงต้องยกโถขึ้นและเปลี่ยนซีลใหม่ทั้งชุด รอยรั่วในผนังหรือใต้พื้นหมายถึงต้องหาจุดรั่วก่อนจะสกัด สองอย่างนี้ทำผิดแล้วเสียหายกว้างกว่าเดิมและแพงกว่าเดิม ถ้าอาการตรงกับข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง แจ้งช่างเลยดีกว่าลองต่อ",
            "signs": [
              "ทดสอบด้วยสีผสมอาหารแล้วยังมีสีไหลลงโถ หลังเปลี่ยนลูกยางหูช้างและตั้งระดับน้ำถูกต้องแล้ว",
              "มีน้ำซึมที่ฐานโถ ที่พื้นรอบโถ หรือมีกลิ่นย้อนขึ้นมาจากพื้นห้องน้ำ",
              "ปิดวาล์วน้ำเข้าชักโครกไม่ได้ หรือวาล์วซึมทันทีที่หมุน",
              "โถหรือฝาถังพักน้ำมีรอยร้าว แม้จะเป็นรอยเล็ก",
              "กดชักโครกแล้วน้ำไม่ลง หรือลงช้ามาก ซึ่งเป็นอาการท่อตัน ไม่ใช่อาการน้ำไหลไม่หยุด"
            ]
          },
          "sources": [
            {
              "title": "Fix a Leak Week — how to find a toilet leak with a dye test",
              "publisher": "U.S. EPA WaterSense",
              "url": "https://www.epa.gov/watersense/fix-leak-week",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "Fill Valve and Flapper Installation Instructions (400C)",
              "publisher": "Fluidmaster",
              "url": "https://fluidmaster.com/wp-content/uploads/2017/02/400C_Instr_ENGLISH-1.pdf",
              "lang": "en",
              "kind": "document"
            },
            {
              "title": "How To — Check for Toilet Leaks",
              "publisher": "California Water Service",
              "url": "https://www.calwater.com/video/how-to-check-for-toilet-leaks/",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            },
            {
              "title": "How to Check for Toilet Leaks Using Dye Tablets",
              "publisher": "WSSC Water",
              "url": "https://www.youtube.com/watch?v=5bz4D9rzqSo",
              "lang": "en",
              "kind": "video"
            }
          ]
        }
      }
    },
    {
      "guideId": "rolling-door-stiff",
      "serviceKey": "rolling_doors",
      "serviceLabel": {
        "th": "ประตูม้วน/ประตูอัตโนมัติ",
        "zh": "卷帘门/自动门",
        "en": "Rolling & Automatic Doors"
      },
      "difficulty": "moderate",
      "timeMinutes": {
        "min": 20,
        "max": 45
      },
      "locales": [
        "th"
      ],
      "url": {
        "th": "https://f-fix.com/th/วิธีซ่อม/ประตูม้วนฝืดเปิดยาก/"
      },
      "serviceUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/บริการ/ประตูม้วน/"
      },
      "pricingUrl": {
        "th": "https://f-fix.com/th/ราคา/ประตูม้วน/"
      },
      "content": {
        "th": {
          "title": "ประตูม้วนฝืด เปิดยาก ตรวจอะไรได้เองบ้าง",
          "fault": "ประตูม้วนเปิดปิดฝืด สะดุด หรือต้องออกแรงมากกว่าเดิม",
          "summary": "ประตูม้วนที่ฝืดขึ้น มีสองกลุ่มสาเหตุที่ต่างกันมาก กลุ่มแรกคือรางประตูที่มีเศษขยะ ทราย หรือของกีดขวาง และแผ่นประตูที่ครูดกับขอบหรือโครง ซึ่งเจ้าของอาคารตรวจและเก็บกวาดเองได้ กลุ่มที่สองคือสปริงถ่วงน้ำหนัก เพลา และสายสลิง ซึ่งมีแรงดึงสูงตลอดเวลาและห้ามปรับเองในทุกกรณี คู่มือนี้พาไปได้ถึงสุดกลุ่มแรกและบอกชัดว่าเส้นแบ่งอยู่ที่ไหน",
          "tools": [
            "ไม้กวาดและผ้าแห้ง",
            "ไฟฉายหรือไฟจากโทรศัพท์",
            "บันไดที่ตั้งได้มั่นคง"
          ],
          "parts": [],
          "steps": [
            {
              "position": 1,
              "name": "ปลดไฟมอเตอร์ก่อน ถ้าเป็นประตูม้วนไฟฟ้า",
              "text": "ถ้าประตูใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ให้ตัดไฟที่สวิตช์หรือเบรกเกอร์ของวงจรมอเตอร์นั้นก่อนเข้าไปใกล้รางหรือแผ่นประตู ประตูที่ยังมีไฟเข้าอยู่อาจถูกสั่งจากรีโมตหรือปุ่มอีกด้านโดยที่คุณไม่รู้ เอกสารของผู้ผลิตกำหนดให้ยืนยันว่าไม่มีคนหรือสิ่งของอยู่ในแนวประตูและมองเห็นแนวประตูได้ทั้งหมดก่อนสั่งงานประตูทุกครั้ง",
              "caution": "อย่ายืนใต้แผ่นประตูที่ยกค้างอยู่ในทุกขั้นตอนของคู่มือนี้ ยืนด้านข้างแนวประตูเสมอ"
            },
            {
              "position": 2,
              "name": "ส่องดูรางประตูทั้งสองข้างตลอดความยาว",
              "text": "ส่องไฟเข้าไปในร่องรางทั้งสองข้าง ไล่จากพื้นขึ้นไปให้สุดเท่าที่มองเห็นได้จากระดับที่ยืนอย่างปลอดภัย สิ่งที่พบบ่อยคือทราย เศษหิน ถุงพลาสติก ตะปู และเศษวัสดุจากงานก่อสร้าง สมาคมผู้ผลิตประตูระบุว่าแผ่นประตูและคานล่างต้องเลื่อนในรางได้อย่างอิสระ ไม่ครูดกับขอบบนหรือฝ้า"
            },
            {
              "position": 3,
              "name": "เก็บกวาดสิ่งกีดขวางออก แล้วดูว่ารางบิดหรือบุบไหม",
              "text": "กวาดเศษขยะและทรายออกจากรางและจากพื้นแนวประตูให้หมด แล้วมองแนวรางว่ายังตรงอยู่หรือไม่ เอกสารของผู้ผลิตระบุว่ารางที่บิด บุบ หรือถูกอัดเสียรูปจะบีบแผ่นประตูให้ติดขัด และนั่นไม่ใช่งานทำความสะอาด ถ้าเห็นรอยบุบหรือรางเบี้ยวชัดเจน ให้จดตำแหน่งไว้แล้วหยุด อย่าพยายามดัดกลับ",
              "caution": "ห้ามดัด ตี หรืองัดรางประตูให้กลับรูปด้วยตัวเอง รางที่ถูกดัดผิดจะบีบแผ่นประตูแน่นกว่าเดิมและทำให้แผ่นประตูเสียรูปตามไปด้วย"
            },
            {
              "position": 4,
              "name": "อย่าหยอดจาระบีหรือสเปรย์ลงในรางโดยไม่ดูคู่มือ",
              "text": "ข้อนี้เป็นสิ่งที่ควรไม่ทำมากกว่าควรทำ เอกสารของสมาคมผู้ผลิตประตูและของผู้ผลิตกำหนดขอบเขตการหล่อลื่นไว้ที่เฟืองและโซ่ขับเท่านั้น ไม่ได้กำหนดให้หล่อลื่นรางประตู และผู้ผลิตบางรายห้ามใช้สเปรย์บางชนิดกับประตูของตนโดยตรง ถ้าจะหล่อลื่นส่วนใด ให้ทำตามคู่มือของประตูรุ่นนั้นเท่านั้น สารหล่อลื่นในรางยังจับฝุ่นและทรายจนฝืดกว่าเดิมได้ด้วย"
            },
            {
              "position": 5,
              "name": "ทดสอบด้วยระบบปลดมือ เพื่อแยกว่าเป็นที่มอเตอร์หรือที่ตัวประตู",
              "text": "สำหรับประตูไฟฟ้า วิธีแยกสาเหตุตามเอกสารของผู้ผลิตคือ ปิดประตูด้วยมอเตอร์ก่อน แล้วโยกชุดปลดเป็นระบบมือ จากนั้นลองเปิดประตูด้วยมือ ถ้าเปิดด้วยมือลื่นแต่มอเตอร์ยังฝืด ปัญหาอยู่ที่ระบบขับเคลื่อน ถ้าเปิดด้วยมือก็ฝืดเหมือนกัน ปัญหาอยู่ที่ตัวประตูหรือระบบถ่วงน้ำหนัก ซึ่งเป็นงานของช่างทั้งข้อ",
              "caution": "ทำการทดสอบนี้ตอนประตูปิดอยู่เท่านั้น การปลดมือขณะประตูยกค้างอยู่ทำให้แผ่นประตูตกลงมาได้ถ้าระบบถ่วงน้ำหนักไม่สมดุลอยู่แล้ว"
            },
            {
              "position": 6,
              "name": "วัดจากแรงที่ต้องออก ว่าเลยเส้นที่ทำเองได้แล้วหรือยัง",
              "text": "สมาคมผู้ผลิตประตูกำหนดเพดานแรงที่ยอมรับได้ไว้เป็นตัวเลข เช่นการยกด้วยมือไม่ควรเกิน 30 ปอนด์ ซึ่งเทียบเท่าราว 14 กิโลกรัม และการดึงโซ่มือไม่ควรเกิน 35 ปอนด์ ราว 16 กิโลกรัม ถ้าต้องออกแรงมากกว่านั้นชัดเจน นั่นคืออาการของระบบถ่วงน้ำหนัก ไม่ใช่ของสิ่งกีดขวาง หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของสหรัฐยังใช้เกณฑ์ว่าประตูที่สมดุลต้องค้างอยู่นิ่งได้เมื่อหยุดไว้ครึ่งทาง แต่ข้อนี้ให้ใช้สังเกตจากการใช้งานตามปกติเท่านั้น ห้ามจงใจยกประตูค้างไว้ครึ่งทางแล้วปล่อยมือเพื่อทดสอบ ถ้าเคยเห็นประตูหยุดครึ่งทางแล้วไม่ค้าง ไหลลงหรือเลื่อนขึ้นเอง นั่นคือไม่สมดุลและต้องให้ช่างดู"
            },
            {
              "position": 7,
              "name": "ทดสอบเปิดปิดหนึ่งรอบเต็ม แล้วบันทึกอาการที่เหลือ",
              "text": "ต่อไฟกลับ ยืนด้านข้างแนวประตู แล้วสั่งเปิดปิดหนึ่งรอบเต็มโดยมองแนวประตูได้ตลอด สังเกตว่ายังสะดุดที่ตำแหน่งเดิมหรือไม่ มีเสียงครูดหรือเสียงกระแทกที่ช่วงใด และประตูเลื่อนเร็วสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้ายังฝืด ให้ถ่ายวิดีโอสั้น ๆ ตอนเปิดปิดไว้ ช่างประเมินจากวิดีโอได้แม่นกว่าคำบรรยาย"
            }
          ],
          "safetyStops": [
            "ห้ามปรับ คลาย ขัน หรือแตะสปริงถ่วงน้ำหนัก เพลา แป้นยึด และสายสลิงของประตูม้วนโดยเด็ดขาด เอกสารของสมาคมผู้ผลิตประตูระบุว่าชิ้นส่วนเหล่านี้อยู่ใต้แรงสปริงที่สูงมากตลอดเวลา และการไปยุ่งกับมันทำให้บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตได้",
            "ห้ามปรับล้อปรับแรงสปริงหรือชุดขึ้นสปริงด้วยตัวเอง แม้จะเห็นน็อตหรือรูปรับอยู่ชัดเจน เอกสารของผู้ผลิตกำหนดให้เฉพาะช่างประตูที่ผ่านการอบรมทำงานส่วนนี้ได้เท่านั้น",
            "ห้ามยืน เดินผ่าน หรือให้เด็กอยู่ใต้แผ่นประตูที่ยกค้างอยู่ ทุกขั้นตอนในคู่มือนี้ทำจากด้านข้างแนวประตู ไม่ใช่จากใต้ประตู",
            "ตัดไฟวงจรมอเตอร์ก่อนเข้าใกล้รางหรือแผ่นประตูทุกครั้ง ประตูไฟฟ้าอาจถูกสั่งจากรีโมตหรือปุ่มที่อีกด้านของอาคารโดยที่คุณไม่รู้และไม่ทันตั้งตัว",
            "ถ้าสายสลิงหลุด หย่อน ขาด หรือประตูเอียงไปข้างหนึ่ง ให้หยุดใช้ประตูทันทีและกั้นแนวไว้ อาการนี้หมายถึงระบบถ่วงน้ำหนักไม่ทำงานแล้ว และแผ่นประตูอาจตกลงมาทั้งชุด"
          ],
          "whenToCallAProfessional": {
            "summary": "เส้นแบ่งของงานประตูม้วนคมกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมาก ด้านที่ทำเองได้คือความสะอาดของรางและการเอาสิ่งกีดขวางออก ด้านที่ทำเองไม่ได้คือทุกอย่างที่เกี่ยวกับแรงสปริง ซึ่งเอกสารของผู้ผลิตเขียนคำเตือนไว้ถึงระดับ อาจเสียชีวิต นี่ไม่ใช่คำเตือนเชิงพิธีการ ประตูม้วนของร้านค้าหนักหลายสิบกิโลกรัมและสปริงที่ถ่วงน้ำหนักมันไว้ปล่อยพลังงานออกทันทีเมื่อถูกคลายผิดวิธี",
            "signs": [
              "เก็บกวาดรางและสิ่งกีดขวางแล้ว แต่ประตูยังฝืดหรือสะดุดที่เดิม",
              "ต้องออกแรงยกหรือดึงโซ่มากกว่าเกณฑ์ที่คู่มือของประตูกำหนดไว้อย่างชัดเจน",
              "หยุดประตูไว้ครึ่งทางแล้วประตูไม่ค้าง ไหลลงหรือเลื่อนขึ้นเอง",
              "สายสลิงหย่อน หลุดจากร่อง ขาด หรือประตูเอียงไปข้างหนึ่ง",
              "รางประตูบุบ บิด หรือถูกรถชนเสียรูป",
              "มีเสียงดังผิดปกติจากกล่องเก็บม้วนประตูหรือจากปลายด้านที่มีเฟืองและเพลา",
              "ประตูไฟฟ้าไม่หยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวาง หรือไม่ถอยกลับเมื่อชนสิ่งของ"
            ]
          },
          "sources": [
            {
              "title": "TDS",
              "publisher": "DASMA (Door & Access Systems Manufacturers Association)",
              "url": "https://www.dasma.com/wp-content/uploads/2024/03/TDS286-1.pdf",
              "lang": "en",
              "kind": "document"
            },
            {
              "title": "TDS",
              "publisher": "DASMA (Door & Access Systems Manufacturers Association)",
              "url": "https://www.dasma.com/wp-content/uploads/2021/08/TDS270.pdf",
              "lang": "en",
              "kind": "document"
            },
            {
              "title": "Rolling sheet door operation and maintenance manual",
              "publisher": "Janus International",
              "url": "https://www.janusintl.com/hubfs/Janus%20Files%20and%20Images/janus_2019/pdf/OM_072017r1.pdf",
              "lang": "en",
              "kind": "document"
            },
            {
              "title": "Non-reversing automatic garage door openers are a hazard (Pub. 523)",
              "publisher": "U.S. Consumer Product Safety Commission",
              "url": "https://www.cpsc.gov/s3fs-public/garage.pdf",
              "lang": "en",
              "kind": "document"
            },
            {
              "title": "Garage door systems — safety tips",
              "publisher": "DASMA (Door & Access Systems Manufacturers Association)",
              "url": "https://www.dasma.com/safety-tips/garage-door-systems/",
              "lang": "en",
              "kind": "page"
            }
          ]
        }
      }
    }
  ]
}