เบรกเกอร์ตัดไฟซ้ำ ๆ หรือไฟดับเฉพาะบางจุดในบ้าน
เบรกเกอร์ทริปบ่อย ไฟดับบางจุด
เบรกเกอร์ที่ตัดไฟคือการทำงานที่ถูกต้องของมัน ไม่ใช่ความเสีย มันตัดเพราะมีอะไรผิดปกติในวงจรนั้น สิ่งที่เจ้าของบ้านทำเองได้อย่างปลอดภัยคือ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในวงจรนั้นออกให้หมด รีเซ็ตหนึ่งครั้ง แล้วเสียบกลับทีละชิ้นเพื่อหาว่าเครื่องไหนเป็นตัวการ กับกดปุ่มทดสอบของเครื่องตัดไฟรั่วตามรอบที่การไฟฟ้าแนะนำ ทุกอย่างที่อยู่ในตู้ไฟ ในผนัง หรือหลังหน้ากากเต้ารับ ไม่ใช่งานที่ทำเองได้ ไม่ว่าจะดูง่ายแค่ไหน
- เวลาที่ใช้
- 15–30 นาที
- ระดับความยาก
- ง่าย
- จำนวนขั้นตอน
- 7 ขั้นตอน
- ประเภทงาน
- งานไฟฟ้า
หยุดก่อน — ข้อห้ามเพื่อความปลอดภัย
-
ห้ามเปิดฝาครอบตู้ไฟ ห้ามถอดหน้ากากเต้ารับหรือสวิตช์ และห้ามแตะสายไฟหรือขั้วต่อใด ๆ ไม่ว่าจะปลดเบรกเกอร์แล้วหรือไม่ ทุกขั้นตอนในคู่มือนี้ทำจากภายนอกที่ปิดฝาอยู่ทั้งหมด
-
ห้ามทำงานกับวงจรที่ยังมีไฟในทุกกรณี ไม่มีขั้นตอนไหนในคู่มือนี้ที่ต้องต่อ ตัด หรือพันสายไฟ ถ้าคำตอบของปัญหาต้องแตะสาย นั่นคือจุดที่ต้องเรียกช่างไฟฟ้า ไม่ใช่จุดที่ต้องพยายามให้มากขึ้น
-
ห้ามใช้เทป เชือก หรือสิ่งใดบังคับให้เบรกเกอร์หรือเครื่องตัดไฟรั่วค้างในตำแหน่งเปิด และห้ามเปลี่ยนไปใช้ตัวที่ทนกระแสสูงกว่าเพื่อให้ไม่ตัด อุปกรณ์ที่ถูกบังคับไม่ให้ตัดคือสาเหตุไฟไหม้บ้านโดยตรง
-
ถ้าได้กลิ่นไหม้ เห็นควัน เห็นประกายไฟ ได้ยินเสียงลัดวงจร หรือพบรอยไหม้ที่ตู้ไฟหรือเต้ารับ ให้ปลดเมนเบรกเกอร์ถ้าทำได้อย่างปลอดภัย ออกห่าง และเรียกช่างไฟฟ้าทันที ห้ามรีเซ็ตซ้ำ
-
ถ้าตู้ไฟเปียก มีน้ำรั่วใกล้ตู้ หรือพื้นที่ยืนเปียก อย่าเข้าใกล้และอย่าแตะอะไรเลย ให้ตัดไฟจากจุดที่ปลอดภัยและเรียกช่าง
อุปกรณ์ที่ต้องมี
- ไฟฉายหรือไฟจากโทรศัพท์ ตู้ไฟมักอยู่ในมุมที่แสงน้อย และต้องอ่านป้ายชื่อวงจรให้ออกก่อนแตะอะไร
- กระดาษกับปากกา ใช้จดว่าเบรกเกอร์ตัวไหนคุมอะไร และตัดตอนไหน ข้อมูลนี้ช่วยช่างประเมินได้เร็วขึ้นมาก
- รองเท้าพื้นยางและมือที่แห้ง ไม่ใช่อุปกรณ์ช่าง แต่เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำก่อนเข้าใกล้ตู้ไฟ
ขั้นตอนการซ่อม
-
แยกให้ออกก่อนว่าตัวที่ตัดคือเบรกเกอร์หรือเครื่องตัดไฟรั่ว
ในตู้ไฟมีอุปกรณ์ป้องกันสองแบบที่ทำหน้าที่ต่างกันคนละเรื่อง เบรกเกอร์ป้องกันกระแสเกินและไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนเครื่องตัดไฟรั่วหรือที่เรียกติดปากกันว่าตัวกันดูด จะตัดเมื่อตรวจพบกระแสไม่สมดุล ซึ่งหมายถึงไฟรั่วออกจากวงจร ข้อสำคัญที่ต้องรู้คือเครื่องตัดไฟรั่วไม่ได้ป้องกันกระแสเกิน สองอย่างนี้จึงแทนกันไม่ได้ ดูว่าตัวที่อยู่ในตำแหน่งตัดมีปุ่มทดสอบอยู่หรือไม่ ถ้ามีปุ่มทดสอบ นั่นคือเครื่องตัดไฟรั่ว และอาการที่ต้องบอกช่างคืออาการไฟรั่ว ไม่ใช่กระแสเกิน
กลับไปยังรายการขั้นตอน -
ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในวงจรที่ดับออกให้หมด
ก่อนรีเซ็ตอะไร ให้ถอดปลั๊กทุกอย่างที่เสียบอยู่ในวงจรที่ไฟดับออกจากเต้ารับ ไม่ใช่แค่กดปิดสวิตช์ การไฟฟ้านครหลวงแนะนำการถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งานเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานอยู่แล้ว และในกรณีนี้มันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้การรีเซ็ตเป็นการทดสอบที่มีความหมาย ไม่ใช่การรีเซ็ตทับปัญหาเดิม
ระวัง ถอดปลั๊กโดยจับที่ตัวปลั๊ก ไม่ใช่ดึงที่สาย และอย่าถอดขณะมือเปียกหรือยืนบนพื้นเปียก
กลับไปยังรายการขั้นตอน -
หาตู้ไฟและอ่านให้ออกว่าตัวไหนอยู่ตำแหน่งตัด
ส่องไฟดูที่ตู้ไฟของบ้าน เบรกเกอร์ที่ตัดแล้วจะอยู่ตำแหน่งที่ต่างจากตัวอื่นในแถวเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด อ่านป้ายชื่อวงจรข้างตัวนั้นและจดไว้ว่ามันคุมส่วนไหนของบ้าน ถ้าตู้ไม่มีป้ายชื่อ ให้จดตำแหน่งเป็นลำดับที่เท่าไรของแถวไหนแทน มองและจดเท่านั้นในขั้นนี้ ยังไม่ต้องแตะ
ระวัง ห้ามเปิดฝาครอบตู้ไฟ ห้ามถอดฝาปิดช่องว่าง และห้ามแตะสายไฟหรือขั้วต่อใด ๆ ในตู้ ทุกอย่างในคู่มือนี้ทำจากด้านหน้าตู้ที่ปิดฝาอยู่
กลับไปยังรายการขั้นตอน -
รีเซ็ตหนึ่งครั้ง แล้วสังเกตว่าค้างอยู่ไหม
โยกตัวที่ตัดลงไปตำแหน่งปิดให้สุดก่อน แล้วโยกกลับขึ้นตำแหน่งเปิดหนึ่งครั้ง ถ้ามันค้างอยู่และไฟกลับมา แปลว่าสาเหตุคือสิ่งที่เสียบอยู่ในวงจร ซึ่งขั้นถัดไปจะหาว่าตัวไหน ถ้ามันตัดกลับลงมาทันทีทั้งที่ไม่มีอะไรเสียบอยู่เลย ให้หยุดทั้งหมดตรงขั้นนี้และเรียกช่างไฟฟ้า อย่ารีเซ็ตซ้ำ อาการนั้นหมายถึงปัญหาอยู่ในสายหรือในอุปกรณ์ที่ติดตั้งถาวร ไม่ใช่ในเครื่องใช้ไฟฟ้า
ระวัง รีเซ็ตได้ครั้งเดียว ห้ามโยกซ้ำไปมาหลายครั้ง และห้ามใช้เทป เชือก หรือของอะไรมัดให้มันค้างในตำแหน่งเปิด อุปกรณ์ที่ถูกบังคับให้ไม่ตัดคือสาเหตุไฟไหม้
กลับไปยังรายการขั้นตอน -
เสียบกลับทีละชิ้นเพื่อหาตัวการ
เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับทีละชิ้น เปิดใช้งานจริงสักครู่ แล้วรอดูก่อนเสียบชิ้นถัดไป เมื่อเบรกเกอร์ตัดตอนเสียบหรือเปิดเครื่องไหน เครื่องนั้นคือตัวการ ให้เลิกใช้เครื่องนั้นทันที การไฟฟ้านครหลวงระบุว่าอุปกรณ์ที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพต้องหยุดใช้งาน และให้ช่างผู้ชำนาญเป็นผู้แก้ไข จดชื่อเครื่องและอาการไว้ นี่คือข้อมูลที่ช่างต้องการมากที่สุด
กลับไปยังรายการขั้นตอน -
ตรวจสภาพสายไฟ ปลั๊ก และเต้ารับด้วยตา
มองหารอยแตกร้าว รอยไหม้ รอยเหลืองคล้ำ สายที่ฉีกจนเห็นทองแดง และเต้ารับที่หลวมจนปลั๊กแกว่ง การไฟฟ้านครหลวงร่วมกับหน่วยงานป้องกันภัยแนะนำให้ตรวจสภาพสายไฟ เต้ารับ และปลั๊กไฟเป็นประจำ และให้หยุดใช้งานทันทีเมื่อพบว่าชำรุดหรือเสื่อมสภาพ ตรวจด้วยตาและด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น
ระวัง ห้ามถอดหน้ากากเต้ารับหรือสวิตช์ออกดูข้างใน แม้จะปลดเบรกเกอร์แล้ว การยืนยันว่าไม่มีไฟจริงต้องใช้เครื่องมือวัดและเป็นงานของช่าง
กลับไปยังรายการขั้นตอน -
กดปุ่มทดสอบของเครื่องตัดไฟรั่ว ตามรอบที่การไฟฟ้าแนะนำ
ถ้าตู้ไฟหรือเครื่องทำน้ำอุ่นมีเครื่องตัดไฟรั่วที่มีปุ่มทดสอบ ให้กดปุ่มนั้น อุปกรณ์ต้องตัดไฟทันทีและคันโยกต้องสะบัดลงตำแหน่งปิด นั่นคือผลที่ถูกต้อง แล้วจึงโยกกลับขึ้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแนะนำให้กดปุ่มนี้อย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อความปลอดภัย ถ้ากดแล้วไฟไม่ดับเลย แปลว่าอุปกรณ์ป้องกันตัวนั้นอาจใช้การไม่ได้ ให้เรียกช่างไฟฟ้าทันที
ระวัง การกดปุ่มทดสอบจะตัดไฟทั้งส่วนที่อุปกรณ์นั้นคุมอยู่จริง อย่าทดสอบขณะมีคนใช้เครื่องมือ ใช้ลิฟต์ หรือมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่อไฟอยู่
กลับไปยังรายการขั้นตอน
ภาพ: Raimond Spekking · ที่มา · CC BY-SA 4.0
เมื่อไหร่ควรเรียกช่าง
คู่มือนี้ตั้งใจให้จบเร็ว เพราะสิ่งที่ทำเองได้อย่างปลอดภัยกับงานไฟฟ้าในบ้านมีอยู่จำกัดจริง ๆ การถอดปลั๊กหาตัวการและการกดปุ่มทดสอบคือสองอย่างที่การไฟฟ้าแนะนำให้เจ้าของบ้านทำได้ ส่วนที่เหลือทั้งหมด คือทุกอย่างในตู้ไฟ ในผนัง และหลังหน้ากากเต้ารับ เป็นงานที่ต้องมีช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญ ไม่ใช่เพราะมันยาก แต่เพราะการตรวจว่าไม่มีไฟจริงต้องใช้เครื่องมือวัด และการเดาผิดครั้งเดียวในงานไฟฟ้าไม่มีโอกาสแก้
- เบรกเกอร์ตัดกลับลงมาทันทีที่รีเซ็ต ทั้งที่ถอดปลั๊กทุกอย่างในวงจรออกแล้ว
- เครื่องตัดไฟรั่วตัดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ได้เปลี่ยนอะไรในบ้าน
- กดปุ่มทดสอบของเครื่องตัดไฟรั่วแล้วไฟไม่ดับ
- มีกลิ่นไหม้ ควัน รอยไหม้ หรือรอยเหลืองคล้ำที่ตู้ไฟ เต้ารับ หรือสวิตช์
- แตะเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือก๊อกน้ำแล้วรู้สึกเหมือนไฟช็อตเบา ๆ ที่มือ
- เต้ารับหลวม ร้อนผิดปกติ หรือมีเสียงดังกรอบแกรบเมื่อเสียบปลั๊ก
- บ้านไม่มีเครื่องตัดไฟรั่วติดตั้งอยู่เลย หรือไม่มีสายดิน
- ไฟดับทั้งบ้านโดยที่เพื่อนบ้านยังมีไฟใช้ปกติ
ส่งรูปมาใน LINE ดูราคาก่อนค่อยตัดสินใจ ถามเฉย ๆ ไม่เสียเงิน
แหล่งอ้างอิง
- ชวนไปรู้จักกับ 2 ระบบเบรกเกอร์กันไฟรั่วในเครื่องทำน้ำอุ่น — การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
- MEA x DDPM แนะนำ 5 วิธีใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง — การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- ไฟฟ้าลัดวงจร — สาเหตุและอุปกรณ์ป้องกัน — การไฟฟ้านครหลวง (MEA)
- Inspection and testing of electrical installations — residual current devices — IET (publisher of BS 7671)
- Test. Reset. Protect. — how to test a safety switch — Energy Safe Victoria
- Learn how to test your safety switch — Energy Safe Victoria วิดีโอ
คำถามที่พบบ่อย
เบรกเกอร์ตัดบ่อย เปลี่ยนเป็นตัวที่ทนแอมป์สูงกว่าได้ไหม
ไม่ได้เด็ดขาด ขนาดของเบรกเกอร์ถูกเลือกให้เข้ากับขนาดสายไฟในผนัง การใส่ตัวที่ทนกระแสสูงกว่าไม่ได้ทำให้สายทนได้มากขึ้น มันแค่ทำให้สายร้อนเกินไปโดยไม่มีอะไรมาตัดไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุไฟไหม้โดยตรง อาการตัดบ่อยคือข้อมูลที่ต้องให้ช่างวินิจฉัย ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้หายไป
เบรกเกอร์กับเครื่องตัดไฟรั่วต่างกันยังไง
เบรกเกอร์ป้องกันกระแสเกินและไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนเครื่องตัดไฟรั่วตัดเมื่อตรวจพบกระแสไม่สมดุล ซึ่งหมายถึงมีไฟรั่วออกจากวงจร อาจผ่านคนหรือผ่านความชื้น หลักการทำงานของเครื่องตัดไฟรั่วไม่ครอบคลุมการป้องกันกระแสเกิน จึงต้องมีทั้งสองอย่างและแทนกันไม่ได้
ต้องกดปุ่มทดสอบของเครื่องตัดไฟรั่วบ่อยแค่ไหน
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแนะนำอย่างน้อยเดือนละครั้ง เมื่อกดแล้วไฟต้องดับทันทีและคันโยกต้องสะบัดลง ถ้ากดแล้วไฟไม่ดับ อุปกรณ์ตัวนั้นอาจใช้การไม่ได้และต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจ อย่าถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแปลว่าปกติ
ไฟดับเฉพาะบางจุด ตรวจในตู้ไฟเองได้ไหม
มองและจดได้ แต่ห้ามเปิดฝาครอบตู้ ห้ามถอดฝาปิดช่องว่าง และห้ามแตะสายหรือขั้วต่อ ทุกขั้นตอนในคู่มือนี้ทำจากด้านหน้าตู้ที่ปิดฝาอยู่ ถ้าปัญหาต้องดูข้างในหรือต้องวัดค่า นั่นคือจุดที่ต้องเรียกช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญ